ประวัติโรงเรียน

          โรงเรียนอนุบาลไทยรัฐวิทยา ๕ (วัดตลิ่งต่ำ)  เดิมชื่อโรงเรียนวัดตลิ่งต่ำ      ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ ปีมะแม  โดยอาศัยศาลาการเปรียญวัดตลิ่งต่ำ เป็นสถานที่เรียน  ต่อมาเมื่อราษฎรมาตั้งรกรากทำมาหากินเป็นชุมชนใหญ่ขึ้นที่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มบุกเบิกทำไร่นา ห่างจากบริเวณวัดตลิ่งต่ำประมาณ ๒ กิโลเมตรซึ่งเป็นบ้านห้วยขมิ้นในบัจจุบันมีการจัดสร้างโรงเรียนห้วยขมิ้น จึงให้นักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนห้วยขมิ้น  ต่อมาทางโรงเรียนบ้านห้วยขมิ้นได้ย้ายโรงเรียนไปอยู่ที่บ้านห้วยไร่ ซึ่งทางบ้านห้วยไร่จัดสร้างขึ้น ทำให้เกิดปัญหาในการเดินทางไปเรียนของเด็กนักเรียนบ้านตลิ่งต่ำ กรรมการจึงได้แยกนักเรียนบ้านตลิ่งต่ำ จำนวน ๑๕ คน กลับมาเรียนที่ศาลาวัดตลิ่งต่ำตามเดิม โดยมีนายผล แก้วเปี้ย มาเป็นครูสอน พร้อมกันนี้นายหวี  นันทะแลบ ผู้ใหญ่บ้านได้ยกที่ดินให้โรงเรียนอีก ๘ ไร่ และทางการได้ส่งนายสุข ชุมกลิ่น มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ อยู่ได้ประมาณ ๓ปี จึงย้ายโดยแต่งตั้ง นายเกลียว โภชน์อุดม มาดำรงตำแหน่งแทน
             วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๔๙๓ ทางราชการจึงแต่งตั้งนายคูณ เขี้ยวงา มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ได้ปรับปรุงสนาม ขุดท่อ จอมปลวก จัดเป็นสนามเด็กเล่น    และจัดชั้นเรียนได้ ๔ ชั้นเรียน
            ประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๐ ได้ปรับปรุงถนนภายในโรงเรียนจัดทำป้ายโรงเรียน และก่อสร้างอาคารเรียนถาวรขึ้น ๑ หลัง เป็นอาคารต่ำ ชั้นเดียว มี ๕ ห้องเรียน เป็นแบบ ป.๑ ฉ มีมุขหน้า (อาคารไทยวิจักษณ์) ซึ่งมีนายแบน แก้วสุวรรณ เป็นครูใหญ่ มีครูทั้งหมด ๕ คน นักเรียน ๑๘๐ คน
             ในปี  ๒๕๐๖ ได้ทำการก่อสร้างโรงเรียนขึ้นอย่างถาวร โดยใช้เสาคอนกรีต เป็นอาคารแบบ ป.๑ ฉ. จำนวน  ๔  ห้องเรียน  “อาคารไทยพัฒนา”
             ในปี ๒๕๐๗ ได้จัดสร้างถังน้ำคอนกรีตขึ้น โดยอาศัยงบประมาณจากคณะกรรมการการศึกษา และเนื่องจากนักเรียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อาคารเรียนไม่เพียงพอ ทางคณะกรรมการการศึกษา จึงได้ร่วมมือกันจัดสร้างอาคารเรียนชั่งคราวให้อีก ๑ หลัง โดยมีงบประมาณจากทางราชการสมทบ
              ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๖ ทางราชการได้แต่งตั้งนายคำนึงก้อนเครือ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ มีครูประมาณ ๑๑ คน นักเรียนประมาณ ๒๐๐ คนเศษ ได้สร้างอาคารชั่วคราว อีก ๑ หลัง เพื่อรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕-๗โดยอาศัยเงินงบประมาณจากประชาชน
            เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้ซื้อที่ดินอีก ๔ ไร่ โดยอาศัยเงินงบประมาณจากประชาชนช่วยซื้อให้ เพื่อสร้างอาคารเรียนถาวรอีก ๑ หลัง จำนวน ๔ ห้องเรียน เป็นอาคารแบบ ป. ๑ ฉ (อาคารไทยพัฒนา) และได้สร้างบ้านพักครูขึ้น รวมทั้งสิ้น  ๖  หลัง
            ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับงบประมาณจัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก ๑ หลัง เป็นแบบ ป. ๑ ฉ. จำนวน ๒ ห้องเรียน (อาคารไทยปรีดา)
             ต่อมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๑  ได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจำนวน   ๒ ไร่    ๓๐  ตารางวา โดยอาศัยเงินงบประมาณจากประชาชนและงบสมทบจากทางราชการเพื่อสร้างอาคารเรียนไทยรัฐ และได้สร้างอาคารเรียนไทยรัฐขึ้นอีก ๑ หลัง จำนวน ๔  ห้องเรียน โดยได้งบประมาณจาก     มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนวัดตลิ่งต่ำ เป็นโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๕ (วัดตลิ่งต่ำ) มาจนถึงปัจจุบัน
              ปี พ.ศ. ๒๕๒๙         นายคำนึง ก้อนเครือ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดโพธิ์ทองจึงได้แต่งตั้งให้นายเดชา จารุชาต มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่จนถึงปัจจุบัน
              ปี พ.ศ. ๒๕๓๘  มูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้สร้างอาคารเอนกประสงค์ให้โรงเรียนอีก ๑ หลัง
              (อาคารไทยสราญ) และสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ์ได้จัดสรรงบประมาณสร้างหอประชุมอีก ๑ หลัง (อาคารไทยรำแพน)
            ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนงบประมาณสร้างห้องเรียนสำหรับนักเรียนก่อนวัยเรียนอีก ๑ หลัง (อาคารไทยพิสุทธิ์)
            ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ทางสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้สนับสนุนงบประมาณสร้างห้องน้ำห้องส้วมให้นักเรียนจำนวน ๑๒ ที่นั่ง บริเวณหลังอาคารไทยวิจิตร
            ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับงบประมาณจากกองผ้าป่าศิษย์เก่า ต่อเติมอาคารเรียนไทยวิจิตรเป็นห้องพักครูและห้องสมุด
            ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิหนังสือพิมพ์ไทยรัฐสร้างอาคารเรียน “อาคารกำพล วัชรพล” อีก ๑ หลัง จำนวน ๘ ห้องเรียน
                 และในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้รับคัดเลือกจากสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ์  ตามโครงการโรงเรียนเครือข่ายสหวิทยาเขตมหามงคลเป็นโรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอลับแล จึงเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น  “โรงเรียนอนุบาลไทยรัฐวิทยา ๕ (วัดตลิ่งต่ำ)”
                ปี พ.ศ. ๒๕๔๔  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอุตรดิตถ์ต่อเติมซ่อมแซมอาคารเอนกประสงค์ “ไทยภิรมย์” เพื่อให้อยู่ในสภาพที่คงทนถาวรต่อไป
              วันที่  ๑  มกราคม ๒๕๔๖  คณะกรรมการสถานศึกษา ศิษย์เก่า ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ได้ร่วมกันจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา  ได้รับทุนทรัพย์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท  ดำเนินการจัดสร้างห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนคอมพิวเตอร์ศึกษา ได้จำนวนทั้งสิ้น ๑๖ ชุด
               ปี  พ.ศ. ๒๕๔๖   ได้เปลี่ยนแปลงไปสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต ๑  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานตามพระราชบัญญัติปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖มีนายเดชา   จารุชาต เป็นผู้อำนวยการสถานศึกษามาจนถึงปัจจุบัน
               ปี  พ.ศ. ๒๕๔๗  มูลนิธิไทยรัฐ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทให้โรงเรียนจัดทำป้ายโรงเรียนใหม่เป็นแบบถาวรแผ่นพื้นหินแกรนิต ตัวอักษรสีทอง พร้อมสวนหย่อมประดับ มูลค่ารวม ๘๘,๐๐๐ บาทเศษ   โดยคณะกรรมการสถานศึกษาได้ร่วมกันจัดหาเงินสมทบอีก ๓๐,๐๐๐บาทเศษ
               ปี  พ.ศ. ๒๕๔๘  องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งยั้ง ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอล ขนาดกว้าง ๒๓ x ๔๐ เมตร  งบประมาณ ๒๒๖,๐๐๐ บาท เพื่อใช้เป็นสนามกลางในการส่งเสริมการออกกำลังกายในตำบล
               ปี   พ.ศ. ๒๕๔๙ มูลนิธิไทยรัฐจัดสรรงบประมาณ ๕๙๒,๔๖๐ บาท เพื่อซ่อมแซมอาคารไทยรัฐหลังแรก
               ปี  พ.ศ.๒๕๔๙ – ๒๕๕๐  ได้จัดหางบประมาณจากภายนอกเพื่อทำการปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์เป็นห้องประชุมเล็กที่มีสื่อทัศนูปกรณ์ครบถ้วน ชื่อ “ ห้องประชุมวัชรพล”